บทที่ 6 เกมใหม่ที่เดิมพันด้วยลมหายใจ
ท่ามกลางความโกลาหลในห้องผ่าตัดขนาดเล็ก อีริคกลับนั่งสูบบุหรี่มองผืนฟ้าที่มีดมิดอยู่ตรงระเบียง มีไอ้บลูโน่ที่พึ่งฟื้นจากการถูกช๊อตนั่งสะลืมสะลืออยู่ตรงพื้นข้างๆเก้าอี้
"นายมึงจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับดวงก็แล้วกัน ถ้าไม่รอดมึงก็อยู่กับกูที่นี่แหละถือว่าชดใช้ความผิดก็แล้วกัน ว่าแต่มึงได้นิสัยดื้อๆมาจากนายมึงบ้างหรือเปล่า ถ้าซ่ามากก็ยิงทิ้งอย่างเดียว เลี้ยงไว้เสียข้าวสุก"
"งื๊ดๆ"
"เออเว้ยฉลาดซะด้วย หลังจากที่นายมึงฟื้นแล้วก็สั่งสอนนายมึงซะบ้าง ดื้อชิบหาย"เขาส่ายหัวไปมาด้วยความอ่อนใจ
"นายครับ"
"อือว่าไง"
"เจโลรอดแล้วครับ"
"อืม ไปพักเถอะทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ไอ้เด็กนั่นคงไม่มีฤิทธิ์ลุกขึ้นมาอาละวาดหรอก"เขาเคาะเศษขี้เถ้าของบุหรี่ลงกับที่เขี่ย
"ครับนาย ว่าแต่ นายยังจะเอาเขาไว้ใช้งานจริงๆหรือครับ"
"อืมฉันเห็นแววในเด็กคนนี้เอาเถอะน่ะ เดี๋ยวจัดการเอง นายไปพักเถอะ"
"ให้ตามคนมาช่วยผ่อนคลายซักคนดีมั๊ยครับ"เขาโบกมือห้าม ทอมก้มหัวลงแล้วออกจากห้องพักไป เขากลับเข้าห้องก็เห็นทอมจัดการเตรียมชุดนอนให้เขาแล้วเรียบร้อย
"หึ อันที่จริงแล้วหน้าที่แบบนี้ใช้เจโลน้อยน่าจะดีกว่า"เขายกยิ้มมุมปากเมื่อคิดเรื่องดีๆในหัวขึ้นมาได้ เขาเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวออกมาเสียงไอ้บลูโน่ที่หอนอยู่ตรงระเบียงทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังมีตัวภาระอีกตัวหนึ่งอยู่ด้วย
"ไอ้โน่มึงจะไปเยี่ยมนายมึงมั๊ย ไปก็เลิกหอนมาได้แล้ว"เขาตะโกนบอกหมาและเห็นมันเดินเตาะแตะเข้ามานั่งแหมะอยู่ตรงปลายเท้า
"เออฟังภาษารู้เรื่องนี่หว่า ฉลาดกว่านายมึงที่นอนแซ่วอยู่บนเตียงอีก ไปดูกันมั๊ย"
"โอ่ง"
"เอองั้นตามมา"เขาเดินออกไปยังห้องพักฟื้นที่จัดเอาไว้ชั้นล่าง เป็นห้องเก็บของที่ถูกจัดเสียใหม่ให้เป็นห้องพักของมันโดยเฉพาะ โดยไม่เปลี่ยนเสื้อคลุมสีดพเป็นมันที่สวมอยู่ออก
"ไงหมอ อาการล่ะ"เขาเดินเข้าไปหยุดข้างเตียงมองใบหน้าซีดขาวที่นอนอยู่ และไล่สายตาตามแขนไปยังขวดน้ำเกลือที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ
"อาการทรงตัวแล้วครับ กินยาตามที่ให้และบำรุงเสียหน่อยก็ฟื้นตัวแล้ว"
"มียาแก้ดื้อหรือยาแก้หัวรั้นมั่งมั๊ยหมอ"
"ฮ่าๆๆๆ ถ้ามีก็ดีสิครับจะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้"หมอเกรย์ทำหน้าที่นี้ยาวนานมาพอๆกับอายุของอีริค หรืหอจะให้พูดก็พูดได้ว่าหมอเกรย์เป็นผู้ทำคลอดอีริคออกมาและเป็นหมอประจำของเมแกนมาทั้งชีวิต
"เบาๆบ้างเถอะครับ สงสารเขาคนที่เป็นตำรวจแถมอายุยังน้อยแบบนี้ พึ่งจบใหม่ๆไฟแรงทุกคน"
"ก็ถ้าไม่ปรามเสียแต่ตอนนี้ผมจะใช้งานเขาได้หรือครับ"อีริคเดินมานั่งเก้าอี้แทนที่หมอ ส่วนหมอเดินไปดูการหยดของสายน้ำเกลือแทน
"ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ใจร้ายกับใครๆแต่เพราะความจำเป็น นี่แหน่ะริคกี้ผมจะเตือนคุณไว่ก่อน เด็กคนนี้เป็นเด็กดี ถ้าคุณอยากให้เขาอยู่กับคุณและเชื่อฟังคุณน่าจะใช้ไม้นวมมากกว่าไม้แข็ง ยิ่งคุณแข็งเท่าไหร่เขาก็สะท้อนกลับมาแรงเท่านั้น"เกรย์ถอนหายใจ
"ดูอย่างตอนนี้สิ เขาเลือกที่จะตายดีกว่าอยู่ใต้อาณัติของคุณเสียอีก และที่สำคัญที่สุด คุณมีค่าน้อยกว่าหมาบลูโน่"หมอเกรย์หัวเราะน้อยๆอยู่ในลำคอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีริคมีนิสัยยังไงก้ในเมื่อเขาเป็นคนเลี้ยงดูมา อาชีพและต้นตระกูลของเมแกนถูกหล่อหลอมมาจากความโหดร้าย ดังนั้นไม่ผิดที่อีริคจะมีนิสัยหยาบกระด้างไปบ้าง (หรือเปล่า)
"เหอะๆไอ้เด็กเปรตนี่ จริองๆแล้วผมอยกได้ตัวเขามาทำงานให้ผม แต่ท ั้งไม้แข็งไม้อ่อนผมยังเอาชนะไม่ได้ แต่ผมมีวิธีของผม เกรย์คุณช่วยเตรียมของพวกนี้ให้ผมหน่อย"อีริคบอกสิ่งที่ต้องการ เกรย์ได้ยินถึงกับอึ้ง
"คิดอะไรอยู่"
"ผมว่าเกรย์รู้ดีแก่ใจ สิ่งที่ผมสั่งมันเอาไว้ใช้ทำอะไร"
"ผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี"
"เอาน่า เรื่องนี้ผมจัดการเอง เกรย์เถอะเตรียมฉุกเฉินไว้ด้วยไม่รู้ว่าเด็กบ้านี่้จะตอบโต้กลับยังไง"
"ถ้าคุณแน่ใจผมก็ขัดไม่ได้จริงมั๊ยล่ะ เอาล่ะไปนอนพักเถอะพรุ่งนี้เจโลฟื้นมาคุณต้องเจอเรื่องปวดหัวอีกแน่ๆ"
"ฝันดีเกรย์
"ฝันดีริคกี้"มีคนเดียวที่มีสิทธิ์เรียกชื่อเขาเช่นนี้ เขาคาบบุหรี่เอาไว้ในปากโดยไม่จัดและปล่อยบลูโน่ทิ้งไว้ให้เฝ้านายมันอยู่แบบนั้น อาการยามเช้ามันสดชื่นเกินกว่าที่จะเอาเรื่องรกสมองเข้ามาใส่ไว้ในหัว แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เขากำลังนั่งจิบกาแฟและกินอาหารเช้าอยู่ตรงระเบียงพร้อมกับหนังสือพิมพิ์ที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นโดยเฉพาะ
"นายครับ นาย"
"เอะอะอะไรแต่เช้า"
"โธ่นายครับ คุณสั่งห้ามไม่ให้พะวกผมทำร้ายเจโล ตอนนี้คนที่เฝ้างอมไปตามๆกันแล้วนะครับ อีกนิดเดียวเกรงว่าเขาจะออกไปนอกบ้านทั้งที่เป็นแบบนั้น"ทอมมีสีหน้าเดือดร้อนมารายงาน เขาได้ยินก็พับหนังสือพิมพิ์ลงวางบนโต๊ะช้าๆ
"คนในบ้านเรามีทั้งหมดเท่าไหร่"
"ในบ้านมีประมาณห้าสิบคนครับ"
"เจ็บไปกี่คน"
"ประมาณยี่สิบ"
